บทที่ 7 ตอนที่ 7 รอยยิ้มนี้ อันตรายเกินไปแล้ว!

ตอนที่ 7 รอยยิ้มนี้ อันตรายเกินไปแล้ว!

“ยังมีอะไรอีกงั้นเหรอ”

“มานี่ก่อนสิคะ คุณคงไม่อยากออกไปสวมแหวน ด้วยสภาพหน้าแบบนี้หรอกนะคะ”

“หน้าผมมีอะไรเหรอ”

เฟรย์อมยิ้มเล็กน้อย แต่รอยยิ้มน้อย ๆ นั่น กลับทำให้หัวใจของคุณหมอหนุ่มอย่างภูวินทร์ ถึงกับใจเต้นแรงอีกครั้ง

‘รอยยิ้มของผู้หญิงคนนี้ อันตรายเกินไปแล้ว!’

เธอพาเขาเดินมานั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง และหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า

“คุณจะทำอะไร ผมไม่ใช่ผู้หญิงนะ ไม่ต้องใช้ของพวกนี้ก็ได้”

“งั้นคุณก็ลองหันไปมองดูหน้าตัวเองที่กระจกสิคะ อยากจะออกไปและถ่ายรูป ออกมาแบบนี้จริงเหรอคะ”

ภูวินทร์หันไปมองที่กระจก เมื่อเห็นรอยฝ่ามือแดงที่แก้ม ก็รู้สึกตกใจทันที เฟรย์หยิบรองพื้นและอุปกรณ์แต่งหน้าของตัวเองขึ้นมา และนั่งข้าง ๆ เขา

“หันมาสิคะ ฉันจะจัดการให้”

“เอ่อ… งั้นก็คงต้องให้คุณช่วยแล้ว”

เฟรย์เริ่มจากเกลี่ยรองพื้น หมอภูมิรู้สึกถึงความตั้งใจของเธอ จนเขาเผลอมองคู่หมั้นของตัวเองโดยไม่รู้ตัว 

‘ตาเธอกลมจริง ๆ หน้าเหมือนจะไม่มีสิวเลย ไฝฝ้าก็ไม่มี นับว่าคุณแม่ตาถึง เธอสวยจริง ๆ แก้มก็หอมมากด้วย ปากนี่ก็... ให้ตายเถอะ! นี่ฉันคิดบ้าอะไรอยู่ เธอเด็กกว่าฉันเกือบแปดปีเลยนะ!’

“คุณหมอคะ อยู่เฉย ๆ สิคะ ฉันจะทาลิปมันให้ ปากคุณลอกน่ะ คุณเป็นหมอนะคะ ปล่อยให้ริมฝีปากแห้งแบบนี้ได้ยังไงกัน มันเสียบุคลิกภาพ”

เธอแตะบาร์มที่ตลับเบา ๆ และใช้นิ้วค่อย ๆ เกลี่ยไปที่ริมฝีปากของเขาอย่างเบามือ ภูวินทร์รู้สึกวูบหวิวทุกครั้ง ที่นิ้วเล็ก ๆ นั่นสัมผัสที่ริมฝีปากของเขาอย่างเบามือ ตอนนี้เขาอยากฉีกกระชากชุดของเธอออก และจับคู่หมั้นสาวกดลงบนเตียง… แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นจนตั้งสติไม่อยู่ นี่เขาคงบ้าไปแล้ว ที่คิดลามกกับเธอแบบนั้น

“เสร็จแล้วค่ะ”

ภูวินทร์ตื่นจากภวังค์ทันที เมื่อเธอปิดตลับแป้งเสียงดัง เขามองหน้าเธอที่ยิ้มด้วยความภูมิใจ กับฝีมือการแต่งหน้าของตัวเอง

“ว่าไงนะ เสร็จแล้ว...อ้อ! ใช่ ขอโทษที... ไม่ใช่เสร็จแบบนั้นไอ้เสือ ใจเย็น ๆ หน่อย”

“คุณหมอว่าอะไรนะคะ”

“เปล่าครับ! ไม่มีอะไร”

เขาหันไปมองกระจก และต้องตกใจเมื่อเห็นว่า เธอใช้แค่รองพื้นและลิปสติกแท่งเล็ก ปกปิดร่องรอยฝ่ามือบนใบหน้าของเขาจนหมด ตอนนี้ผิวของเขาเหมือนคนสุขภาพดี ริมฝีปากที่อวบอิ่มจนเขาต้องตกใจ

“นี่มัน… ขอบใจนะ เราไปกันเถอะ”

“ค่ะ”

เฟรย์เดินตามเขาออกมาจากห้อง เมื่อพ่อแม่ของทั้งสองยืนรออยู่ที่หน้างาน ด้วยความกังวลใจ เมื่อเห็นว่าทั้งคู่เดินออกมา ก็ดีใจและรีบเดินเข้ามาหาทันที

“ภูมิ หนูเฟรย์ เป็นยังไงบ้าง”

“ขอโทษนะครับคุณอาพิรัตน์ เป็นความผิดผมเองที่ไม่ระวัง หยิบกล่องแหวนมาผิด ทำให้เกิดเรื่องขึ้นจนทำให้เฟรย์โกรธ ตอนนี้พวกเราสองคนพร้อมแล้วครับ”

ทุกคนพากันโล่งใจ งานหมั้นเริ่มดำเนินการต่อไป ท่ามกลางความลุ้นระทึกว่า จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกหรือเปล่า แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น คู่บ่าวสาวสวมแหวนให้กัน และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก งานเลี้ยงเริ่มขึ้นหลังจากนั้น เมื่อทั้งหมดไปนั่งโต๊ะ เพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน

“เฮ้อ… โชคดีที่ผ่านไปได้ราบรื่น จริงสิคุณจิตรา พรุ่งนี้ข่าวงานหมั้นคงขึ้นหน้าข่าววงการธุรกิจแน่นอน”

“โอ๊ยคุณพิรัตน์คะ ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้หรอกค่ะ ตอนนี้ก็ดังไปทั่วทั้งโซเชียลแล้วล่ะค่ะ”

“จริงเหรอครับ”

ทั้งหมดรีบเช็คข่าวทันที ภูวินทร์หันไปมองบอร์ดี้การ์ดและเลขาส่วนตัวของเขาอย่าง ดนัย ที่จัดการทุกอย่างให้ ทั้งรีบสั่งลบข่าวฉาวเรื่องวีล่า และแหวนที่ถูกส่งผิด กับคลิปที่เฟรย์ตบหน้าเขากลางงานหมั้น ออกไปจากหน้าแพลตฟอร์มโซเชียลทุกช่องทาง จนเหลือแค่ข่าวงานหมั้นใหญ่ของสองตระกูลเท่านั้น

“ยอดไปเลยนะคะ ว่าแต่คอนโดที่ซื้อเอาไว้ จะให้เด็ก ๆ ย้ายเข้าไปอยู่เมื่อไหร่คะ อีกสองวันฉันกับคุณพิรัตน์ จะต้องบินไปที่ญี่ปุ่น อีกสามเดือนกว่าจะได้กลับเมืองไทย”

“เอ่อ… เรื่องนี้รอให้ตกแต่งเสร็จแล้ว ฉันจะบอกหนูเฟรย์เองนะคะคุณทับทิม ไม่ต้องห่วงค่ะ”

แคก แคก

“คุณหมอคะ เป็นอะไรหรือเปล่า”

“ไม่เป็นไร ผมก็แค่… สำลักน้ำน่ะ”

“กระดาษเช็ดปากค่ะ”

“ขอบใจนะ”

เฟรย์หันไปมองหน้าเจ้าบ่าว และยื่นกระดาษเช็ดปากให้หมอภูมิ เมื่อเขาเช็ดปากแล้ว ก็หันไปยิ้มให้กับคุณแม่ของตัวเอง

“คอนโดเหรอครับคุณแม่ ย้ายเข้าไปหมายถึงอะไรครับ”

เขาถามแม้ว่าจะยิ้มให้จิตรา แต่สายตาบ่งบอกว่า… "ทำไมแม่ไม่เคยบอกผมเรื่องนี้มาก่อนเลยล่ะครับ" แต่จิตราก็ยิ้มเสียงดัง ก่อนจะรีบตอบกลับไป

“แหมลุกก็คงจะลืมไปหมดแล้วสินะ ก็ที่พ่อบอกว่าซื้อคอนโดให้เป็นเรือนหอให้ลูกสองคน ลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานยังไงล่ะจ้ะ ดูสิคะแค่นี้ก็ลืมแล้ว”

“ผม!”

“เอาน่า ๆ เป็นหมอก็แบบนี้แหละครับ งานยุ่งตลอดเวลา นี่เฟรย์ต่อไปก็ดูแลหมอภูมิให้มาก ๆ หน่อย ยังไงลูกก็ต้องไปฝึกงานที่โรงพยาบาลอยู่แล้วนี่ใช่มั้ย”

"ค่ะพ่อ"

“แม่ครับ… นี่ผมจะต้องย้ายไปอยู่กับ…เธอด้วยเหรอ”

จิตราจิกยิ้มและกัดฟันหันไปตอบลูกชายเบา ๆ เมื่อเห็นเฟรย์หันไปตอบคำถามของบดินทร์

“ทุกอย่างอยู่ในสัญญาข้อตกลงที่แกเซ็นไปยังไงล่ะ ถ้าอยู่ไม่พ้นสามเดือน พ่อของแกก็จะไม่โอนหุ้นให้ ตำแหน่งแกก็จะปลิวไปด้วยยังไงล่ะ”

“อะไรนะครับ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป